Advertisement


ภาพหลุด Google Drive

สวัสดีครับ วันนี้มีภาพหลุด ของบริการที่คาดดว่าจะมาในเร็วๆ นี้จากทาง Google ซึ่งก็คือ Google Drive หลายๆ คนจำชื่อกันผิดๆ อย่าไปจำผิดกับ Gmail Drive นะครับคนละตัวกัน ที่เป็นโปรแกรมที่นักพัฒนาเพื่อเข้าถึง Gmail เพื่ออัพไฟล์จากเครื่องเรา แนบกับ Email ของเราเฉยๆ ไม่ใช่นะครับ บริการ Google Drive นี่คือบริการที่เปิดขึ้นมาเพื่อเป็น Cloud Storage คล้ายๆ Dropbox ที่สามารถอัพโหลดไฟล์ขึ้นได้ละครับ เอาละ มันเริ่มน่าสนใจแล้วใช่ไหมครับ

เรามาวิเคราะห์ภาพถ่ายกันดีกว่า จากภาพ Screen shot ของ Google Drive ที่เปิดเผยรายละเอียดซึ่งก็คือ Logo ใหม่ (ที่เป็น favicon ตามภาพ) ที่มีลักษณะคล้ายสไตล์ของ Google เหลือเกินร้อมป้าย label “Drive” ที่อยูด้านบนสุด ขอนอกเรื่อนิดนึง แถบข้างบนนี้ผมขอเรียกว่า Google Dashboard ละกัน ว่ามีประโยชน์มากนะ ช่วยให้เข้าถึงได้เร็ว ไม่ว่าจะเป็น Site,Docs,Gmail แบบว่าเข้าถึงได้หมดทุก บริการ ช่วยได้เยอะครับ ขอชมๆ

ต่อไปเป็น การดู UI ของ Google Drive ซึ่งก็เรียบง่ายตามสไตล์เลยจากภาพ ก็สามารถอัพโหลดได้ สร้างไฟล์ได้ คิดว่าน่าจะสร้างเกี่ยวกับ Document ต่างๆ น่าจะผูกกับ Google Docs นะซึ่งอารมณ์ของ Google Drive น่าจะไปทางแนวนั้นมากกว่า ในความรู้สึกผมนะ แต่ว่าจากรูปเห็นได้ว่าเราสามารถอัพโหลด PDF ไฟล์ลงไปได้ เยอะเลย แล้วก็ owner ของไฟล์นั้นๆ ก็น่าจะอารมณ์ Google Docs เลยละ ก็ภาพถ่ายมีอยู่ 1 ภาพ กับ Logo ที่หลุดออกมา สามารถคาดการณ์ไว้ได้เท่านี้ละครับ ต้องรอวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ว่าจะเป็นอย่างที่คิดไว้ไหม จะดีอย่างที่คิดไว้ไหม ยังไงผู้ใช้งานก็ได้รับผลประโยชน์ตรงนี้อยู่ดีละครับผม ว่าแต่ Dropbox กับ Minus รวมๆกัน ก็ตกราวๆ 12 GB ยังใช้ไม่หมดเลยครับ ผมเองยังใช้ไม่ถึง 50% เลยนะ เหลือๆ เลย โดยถ้าพูดกันนิสัยส่วนตัวไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่ จะใช้ก็ตอนทำงานกลุ่มที่ต้องแชร์ให้กันทำ แล้วก็ Update & Upload ไฟล์ขึ้นไป

สรุปข่าว เรื่อง Google Drive จากภาพหลุด ก็ดีใจละครับว่าจะได้ใช้บริการใหม่นี้ ดีแล้วถ้ามันแทนที่ Dropbox ได้ก็โอเคเลย นะผมว่า จะดีไม่น้อยเลย แต่อย่างไรเสียก็ต้องรอกันต่อไปว่าจะมากันเมื่อไหร่ เปิดตัวตอนไหน ข้อจำกัดการใช้งานเป็นอย่างไร เช่น ความจุ เงื่อนไขการอัพโหลดไฟล์ อายุไฟล์ การแชร์ไฟล์ เป็นอย่างไร ซึ่งตรงนี้ก็ต้องนั่งบนเก้าอี้แล้วก็รอย่างใจเย็น โชคดีครับผม

 

ที่มาข่าว และภาพถ่าย : Geekwire